25Lại cần

แม่น้ำตานองหน้า ถูกลูกชายฟ้องแพ่งและอาญา ไม่คิดว่าจะต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลตอนแก่

25Lại cần

แม่น้ำตานองหน้า ถูกลูกชายฟ้องแพ่งและอาญา หลังพิพาทกันเรื่องที่ดิน ตัดพ้อตอนป่วยเป็นมะเร็งก็ไม่มีใครมาเหลียวแล ไม่คิดว่าจะต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลตอนแก่

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางเสาวนิจ ภู่อิ่ม อายุ 83 ปี คุณยายชาวสวนอาศัยอยู่ย่านบางกรวยที่ถูกลูกแท้ๆ ยื่นฟ้องศาลดำเนินคดีอาญาและแพ่งในข้อหายักยอกทรัพย์, แจ้งความเท็จ แต่คดีอาญาศาลยกฟ้องเนื่องจากตามกฎหมายลูกที่สืบสันดานไม่สามารถฟ้องบุพการีแท้ๆ ได้ แต่ลูกชายยายเสาวนิจก็ยังไม่ยอมเลิกละฟ้องคุณแม่ในคดีแพ่งซึ่งจะต้องขึ้นศาลแขวงนนทบุรีในวันที่ 5 เมษายนนี้ ทำให้คุณยายเสาวนิจถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ไม่คิดว่าลูกที่เลี้ยงมากับมือจนโตและส่งเสียให้ได้เล่าเรียนจนสูงๆ กลับตอบแทนบุญคุณผู้เป็นแม่ได้ขนาดนี้

25Lại cần

ยายนิจเล่าให้ฟังว่า ตนอยู่กินแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับสามีคือ นายสมนึก ภู่อิ่ม มานานกว่า 50 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน เป็นหญิงสามคน ชายหนึ่งคน คนโตชื่อ นางสาวนิด อายุ 63 ปี คนที่สองชื่อนายจ๊อด อายุ 61 ปี คนที่สามชื่อนางสาวรัตน์ อายุ 58 ปี และคนที่สี่ชื่อนางสาวสา อายุ 57 ปี (เสียชีวิตแล้ว) ช่วงที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวตนทำสวนเก็บเงินเก็บทองจนซื้อที่ดินเก็บไว้หลายแห่งทั้งจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม และที่ๆตนอยู่ในปัจจุบันย่านบางกรวย ส่วนสามีก็เอาแต่กินเหล้าไม่ได้ช่วยทำมาหากินสักเท่าไหร่

ต่อมานายสมนึกสามีตนได้แบ่งที่ดินย่านบางกรวยให้ลูก 3 คนๆ ละ 161 ตารางวา มูลค่าหลายสิบล้านบาท มีเพียงลูกสาวคนโตที่ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนเองเป็นภรรยาเป็นแม่กลับไม่รู้เรื่องจึงไปสอบถามที่กรมที่ดินเพราะการแบ่งสมบัติให้ลูกตนต้องรับรู้ ปรากฏพบว่ามีคนเซ็นชื่อแทนตน ตอนนั้นถ้าตนคิดจะดำเนินคดีสามีกับลูกก็ต้องติดคุกติดตะรางเลยปล่อยเลยตามเลยเพราะเป็นสามีเป็นลูกของตน

25Lại cần

หลังสามีเสียชีวิต ตนซึ่งเป็นภรรยาและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายได้ทำเรื่องและยกที่ดิน 161 ตารางวาที่เป็นชื่อสามีให้กับนางสาวนิด บุตรสาวคนโต เพื่อความยุติธรรมเท่าๆ กันทุกคน แต่แล้วกลับถูกลูกชายคนรองคือนายจ๊อดยื่นศาลฟ้องตนผู้เป็นแม่แท้ๆ ในคดียักยอกทรัพย์, แจ้งความเท็จ ที่นำที่ดินไปยกให้ลูกสาวคนโตโดยไม่บอกกล่าว แต่ศาลยกฟ้องในคดีอาญาเนื่องจากตามกฎหมายลูกที่สืบสันดานไม่สามารถฟ้องแม่บังเกิดเกล้าในคดีอาญาได้

จนกระทั่งต่อมา นางสาวสาบุตรสาวคนเล็กเสียชีวิตลง ผู้เป็นแม่จะต้องได้ที่ดิน 161 ตารางวาจากลูกสาวคืน ทำให้นายจ๊อดลูกชายซึ่งรับราชการกรมอู่และรู้กฎหมายดี รีบเอาโฉนดของนางสาวสาไปแจ้งกรมที่ดินว่าถ้ามีใครมาขอคัดสำเนาโฉนดห้ามอย่างเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ชี้แจงว่าที่ดินแปลงนี้ต้องเป็นของคุณยายเสาวนิจผู้เป็นแม่ตามกฎหมาย โดยคุณยายเองได้แจ้งเรื่องและทำตามขั้นตอนทุกอย่าง

25Lại cần

จนเวลาผ่านมากว่า 10 ปี จู่ๆ คุณยายเสาวนิจถูกหมายศาลเรียกให้ไปขึ้นศาลในวันที่ 5 เมษายน 65 ในฐานะผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์, แจ้งความเท็จโดยผู้ฟ้องไม่ใช่ใคร เป็นลูกชายแท้ๆ คือนายจ๊อด เมื่อเล่ามาถึงตอนนี้ยายนิจถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจไม่คิดว่าตนเองอายุปูนนี้แล้วจะต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะถูกลูกชายตนเองฟ้อง

“ยายเสียใจมากๆ ส่งเสียเลี้ยงดูจนเขาเติบใหญ่ได้งานได้การดีๆ ตอนยายป่วยเป็นมะเร็งเต้านมต้องตัดทิ้งข้างหนึ่งเขารับราชการยังไม่ยอมมาเซ็นเบิกให้ตนเลย ตนต้องหมดเงินไปเป็นล้านๆ เพื่อรักษา โชคยังดีที่ยังมีลูกสาวคนโตและหลานมาช่วยเหลือดูแลมาเยี่ยมทุกวัน ส่วนลูกที่เหลือไม่เคยมาสนใจยายเลย ยายหวังว่าสักวันหนึ่งลูกที่เหลืออีกสองคนจะมากราบเท้าขอโทษยายที่เป็นแม่ 9 ปีกว่าแล้วที่ยายรอคอยแต่ไม่มีเลยกลับเป็นหมายศาลมาแทน” คุณยายนิจกล่าวทั้งน้ำตา