หนูน้อยยากจน – เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พระเมธีธรรมประนาท “ท่านเจ้าคุณปรีชา” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมืองพิจิตร พร้อมด้วยคณะสงฆ์อีกหลายรูปรวมถึงญาติธรรม นำสิ่งของไปมอบให้เพื่อช่วยเหลือ ด.ช.ธนพงศ์ ชูชื่น “น้องการ์ด” อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 และด.ช.เด่นภพ ชูชื่น “น้องแก๊ส” อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนวัดโนนสะเดา อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 15 บ้านหนองสะเดา ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

bong hinh

ส่วนพ่อแม่แยกของเด็ก แยกทางกัน ทิ้งให้เด็ก อยู่กับ นางละออ ขำแผลง อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นย่าที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 2 ซึ่ง เด็กทั้ง 2 มีฐานะยากจน พ่อแม่ไม่สนใจมาดูแล หลังจากชาวบ้านสุดทน ขอความช่วยเหลือไปยังพระเมธีธรรมประนาท “ท่านเจ้าคุณปรีชา”

โดยสภาพบ้านและความเป็นอยู่บ้านชำรุดทรุดโทรม พื้นบ้านก็ผุพัง ฝาบ้านถูกปลวกกินจนเป็นช่องโหว่ หลังคาก็รั่ว ไม่สามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ ใต้ถุนบ้านมองเห็นเสาเรือนผุพังไม่รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวนี้จะพังลงมาเมื่อไหร่ โดยเด็กทั้ง มีความกตัญูญูช่วยย่าทำงานทุกอย่าง

bong hinh

พระเมธีธรรมประนาท กล่าวว่า อยากจะขอความเมตตาจากสังคมและผู้ที่มีจิตเมตตาให้ช่วยเหลือ 2 หนูน้องฐานะยากจน เป็นทุนการศึกษา ซึ่งน่าสงสารมาก พ่อแม่ ก็ไปคนละทิศละทาง ทิ้งลูกให้อาศัยอยู่กับย่า ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม บ้านที่อยู่อาศัยก็ชำรุดทรุดโทรม พื้นบ้านก็ผุพัง

ด้าน นายสนอง คอนจั่น กำนัน ต.บ้านนา อ.วชิระบารมี กล่าวว่า ชาวบ้านต่างหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แบบตามมีตามเกิดเท่าที่คนจนด้วยกันจะช่วยกันได้ตามวิถีชีวิตของคนชนบท ซึ่งช่วยเหลือหยิบยื่นกันแบบนี้มานาน 2-3 ปีแล้ว แต่พอถึงวันนี้ความช่วยเหลือของคนในชุมชนก็ไม่มีปัญญาจะหางบประมาณมาซ่อมแซมบ้านให้

รวมถึงหลานชายของ นางละออ ทั้ง 2 คน ก็เริ่มโตขึ้นต้องกินต้องใช้ต้องเรียน ตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยัง พระเมธีธรรมประนาท “ท่านเจ้าคุณปรีชา” ที่มีลูกศิษย์ลูกหาและญาติธรรมให้ระดมความช่วยเหลือมาช่วงครอบครัวดังกล่าว ซึ่งก็ได้นำเงินมาบริจาคจำนวนหนึ่งพอได้เป็นทุนประทังชีวิต

bong hinh

นางละออ กล่าวว่า เด็กทั้ง 2 คน เป็น ลูกของลูกชาย เมื่อ 3-4 ปี เขาแยกทางกับภรรยาก็ทิ้งลูกไว้ให้เลี้ยงดู โดยส่งเงินมาเพียง เดือนละ 2,000 บาท แค่ครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่เคยส่งเงินมาอีกเลย อีกทั้งตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ติดต่อไม่ได้หายไปเงินทองก็ไม่ส่งเสียให้แม่และหลานทั้ง 2 คน

ซึ่งตนเองมีรายได้จากบัตรสงเคราะห์คนจนเดือนละ 200 บาท และไปรับจ้างเป็นแม่ครัวในโรงงานอุตสาหกรรมใกล้บ้าน ซึ่งก็ว่าจ้างเป็นครั้งคราวได้ค่าแรงวันละ 200 บาท เดือนหนึ่งๆ ก็จะได้ทำงานประมาณ 10 วัน เนื่องจากเป็นการว่าจ้างเป็นครั้งคราว อีกทั้งยังมาป่วยเป็นมะเร็งที่เต้านม อีก