co ay co thuc

ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้ารอคอยการกลับมาของลูกชายทั้ง 2 คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร จู่ๆ น้ำตาของความโหยหา ความคิดถึง อยากเจอหน้าลูกๆ ก็เอ่อล้นออกมาทุกครั้งไป

co ay co thuc

“หัวใจของแม่” ที่เฝ้ารอบางสิ่งอย่างไม่ลดละ วันที่เหลือตัวคนเดียวไร้ความอบอุ่นข้างกาย แต่ต้องจำยอมทนรอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอในสิ่งที่ไม่รู้ว่ายาวนานสักเพียงใด หรืออาจเป็นเวรกรรมในอดีตชาติ แม้จับต้องมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ถูกลิขิตให้ “แม่” ต้องพลัดพรากจาก “ลูก” เช่นนี้หรืออย่างไร

ไม่ต่างจากเรื่องราวสุดรันทดของ “หญิงชรา” ชาว จ.ลพบุรี แม่หัวใจเด็ดเดี่ยวผู้นี้ “บุญช่วย ชมเชย” อายุ 64 ปี

ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้ารอคอยการกลับมาของลูกชายทั้ง 2 คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร จู่ๆ น้ำตาของความโหยหา ความคิดถึง อยากเจอหน้าลูกๆ ก็เอ่อล้นออกมาทุกครั้งไป แม้จะรู้สึกเหือดแห้ง แต่น้ำใสๆ ก็ยังไหลหยดลงตักแม่ผู้นี้ทุกเมื่อเชื่อวัน

ได้ชื่อว่า “แม่” เสียอย่างไรก็ต้องเป็นห่วงลูกๆ เสมอ แม้ลูกจะไปมีครอบครัวหาเลี้ยงตัวเองได้ ในสายตาของผู้เป็นแม่ก็ยังมองว่า “ลูกเป็นเด็ก” สำหรับแม่เสมอๆ

co ay co thuc

อดีตมักเป็นประสบการณ์ให้ย้อนความทรงจำ แต่บางครั้งก็กลับมาทิ่มแทงหัวใจ เพราะ “หญิงชรา” คนนี้ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีอยู่กินกับสามี ขณะนั้นไม่มีลูก แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงคนหนึ่งตั้งท้อง แล้วไม่ต้องการเลี้ยงเด็ก จึงยกเด็กคนนั้นให้จึงรับไว้เป็นบุตรบุญธรรม แต่ไม่นานตนได้ตั้งท้องคลอดลูกชาย จึงเลี้ยงเด็กทั้งคู่เสมือนเขาเป็นพี่น้องกันแท้ๆ อายุไล่เลี่ยกัน ขณะนี้อายุอานามคงจะ 30 กว่าปีได้แล้ว

กระทั่ง ลูกชายคนโต (บุตรบุญธรรม) ต้องไปรับใช้ชาติ เนื่องจากติดทหารเกณฑ์เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นเหตุพลัดพรากได้เริ่มต้นขึ้น ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายแม้แต่ครั้งเดียว จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้กระทั่ง “ชีวิต” ก็ไม่ทราบว่ายังอยู่หรือไม่

ส่วน ลูกชายคนเล็ก ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ได้แยกไปมีครอบครัวอยู่ต่างอำเภอ ต่อจากนั้นชีวิตของ 2 ผัวเมีย ต้องระหกระเหินย้ายไปอยู่ที่ จ.พิษณุโลก จนกระทั่ง ลูกชายคนเล็ก ขอให้แม่ผู้นี้มาช่วยเลี้ยงหลานๆ ที่ จ.ลพบุรี และเป็นครั้งสุดท้ายต้องพลัดพรากจากสามีผู้เป็นที่รัก จากนั้นก็ไม่เคยไปที่ จ.พิษณุโลกอีกเลย สามีจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ก็ไม่ทราบแม้แต่น้อย

แม่ผู้นี้ทำได้ทุกอย่าง เพราะคำว่า “ลูก” ปัดกวาดเช็ดถูก ดูแลหลานๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่แล้วฤทธิ์ของความพลัดพรากเข้ามาสู่ชีวิตอีกหน คราวนี้หนักเหลือเกิน เพราะ ลูกชายคนเล็ก ได้เลิกรากับภรรยา และแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ซึ่งผู้เป็นแม่กลับต้องได้รับผลพลอยนั้นด้วย

co ay co thuc

“ถูกทิ้ง” ไว้กับเพื่อนบ้านมานานกว่า 3 ปีแล้ว อาศัยร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าของเพื่อนบ้าน ดัดแปลงเป็นเพิงพัก ได้หลบแดดหลบฝน จำต้องยอมทนไม่มีไฟฟ้า น้ำปะปาใช้ อาศัยความเคยชินตักน้ำจากบึงมาอาบ นี่หรือชีวิตของ “แม่ผู้มีแต่ให้” สุดแสนลำบากถึงเพียงนี้

เพื่อนบ้านสงสารกลัวพลัดตกบึง เพราะตอนนี้น้ำลดลงไปมาก จึงให้ “หญิงชรา” คนนี้ไปรองน้ำที่บ้าน นำกลับมาอาบได้ชั่วครั้งชั่วคราว

เพิงพักที่ว่านั้น อยู่ที่ ม.14 บ้านหนองสำโรง ต.สะแกราบ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ส่วนข้าวปลาอาหารเพื่อนบ้านก็จะนำมาให้บ้างเป็นครั้ง หรือทำเองบ้าง อดมื้อกินมื้อถือเป็นเรื่องปกติ รายได้ที่หญิงวัย 64 ปี จะทำได้มีเพียงรับบีบหนวดให้เพื่อนบ้าน ได้เงิน20-30 บาท ก็ต้องเก็บไว้ซื้อพริก ซื้อน้ำปลา

co ay co thuc

“จริงๆ แล้ว แม่ผู้ให้กำเนิดไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แม้แต่เงินทอง รวมทั้งไม่เคยโกรธเขาหรอก เขาเป็นลูกเราๆ รักเขา อยากรู้ข่าวลูกชายทั้ง 2 เป็นตายร้ายดียังไง ขอให้ได้พบหน้าลูก ยายอยู่คนเดียว ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียงหรือรู้ข่าวว่าลูกสบายดียายก็ดีใจ” คำพูดจากใจที่ถูกกลั่นออกมา หากลูกได้ยินคงทำให้หญิงแกร่งผู้เป็นแม่คนนี้ มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ อบต. กำลังหาทางช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ทราบเพียงว่า ลูกชายคนเล็ก อาจจะทำงานอยู่ที่นิคมนวนคร จ.ปทุมธานี ส่วนเงินผู้สูงอายุจะได้หนแรกในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้

ลูกจ๋า…กลับบ้านเถอะนะ บ้านที่มี 1 ชีวิต นั่งรอคอยการกลับมา บั้นปลายชีวิตของ “หญิงชรา” ผู้นี้ ก็ยังอยากจะทำหน้าที่ของคำว่า “แม่” ให้ลูกตลอดไป…