cuong 18

กล้าทำก็ต้องกล้ารับ! แม่ขอ ‘ไอ้หมอก’ ข่มขืนเด็กออทิสติก ออกมามอบตัว

cuong 18

กล้าทำก็ต้องกล้ารับ! แม่ขอ ‘ไอ้หมอก’ ข่มขืนเด็กออทิสติก ออกมามอบตัว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ออกหมายล่าพี่สาววัย 17 ช่วยแฟนหนุ่มหื่นขืนใจน้องสาววัย 12 เป็นออทิสติก แถมจับย่าแท้ๆ มัดมือเท้าแล้วทำร้ายจนน่วม ก่อนชิงทรัพย์สินหลบหนีไป เหตุสลดในสะเดา-สงขลา ตร.-กองปราบฯ ระดมไล่ล่าตัว ตามประกบบ้านแม่-บ้านเพื่อน เช็กประวัติหนุ่มหื่นเคยติดคุกคดีข่มขืนเด็กเมื่อปี 59 ก่อนพ้นโทษมาเจอสาววัย 17 แล้วพามาอยู่บ้านด้วยกัน กระทั่งร่วมกันก่อเหตุสลด

จากคดีเด็กหญิงเป็นออทิสติกวัย 12 ปี ถูกพี่สาววัย 17 ปี รู้เห็นเป็นใจให้แฟนหนุ่มข่มขืนน้องสาวจนบาดเจ็บสาหัส แถมพี่สาวและแฟนหนุ่มยังช่วยกันจับย่าแท้ๆ มัดมือ มัดเท้าแล้วชิงทรัพย์สิน เป็นแหวนทอง เงินสด 300 บาทและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เหตุเกิดที่บ้านพักใน ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปด้วยกัน โดยตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.สวัสดิ์ ศรีแสนยง ผกก. สภ.สะเดา พ.ต.ท. ประทีป อ่อนรอด สว.(สอบสวน) สภ.สะเดา จ.สงขลา ร.ต.ต.ยรรยงค์ โสพันธุ์ รองสวป. พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักหลังเกิดเหตุ เพื่อสอบปากคำญาติของผู้เสียหายซึ่งเป็นลุงเพิ่มเติม พร้อมเก็บหลักฐานในบ้าน

ด้านพ.ต.อ.สวัสดิ์เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ขอศาลจังหวัดนาทวีและศาลเยาวชนออกหมายจับนายสัณห์พิชย์ โกบใบ หรือหมอก อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาตนโดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม และร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น นอกจากนี้ยังออกหมายจับน.ส.ขวัญ อายุ 17 ปี พี่สาวของเด็กหญิงวัย 12 ปีที่ร่วมก่อเหตุในข้อหาเดียวกันด้วย

“ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งหาเบาะแสของทั้ง 2 คน คาดน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่อ.สะเดา มีเป้าหมายต้องสงสัยที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น 5 จุด เชื่อว่าจะจับกุมได้ในเร็วๆ นี้” พ.ต.อ.สวัสดิ์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจกองปราบฯ ได้เข้ามาร่วมทำคดีนี้ด้วย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแกะรอยความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 คน นอกเหนือจากการสอบสวนพยานแวดล้อมในพื้นที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อีกชุดได้เดินทางไปพบแม่ของนายสันห์พิชย์ที่บ้านพักในต.สำนักขาม อ.สะเดา

แม่ของนายสันห์พิชย์ ให้การว่า หลังจากลูกชายไปอยู่ที่บ้านแฟนสาวประมาณ 3 เดือนก็ไม่ค่อยมาหา ติดต่อมาบ้างก็เพื่อขอเงินใช้ ล่าสุดโทรมาคุยก่อนก่อเหตุประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วก็เงียบหายไป โดยลูกชายเคยบอกว่าหากไม่มาที่บ้านเกิน 2 วันให้ไปตามที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งใกล้ตลาดสดในเทศบาลเมืองสะเดา

แม่ของนายสันห์พิชย์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุยังติดต่อลูกชายไม่ได้ และได้ลองไปติดตามที่บ้านเพื่อนของลูกชายที่บอกไว้ แต่ก็ไม่พบตัวและไม่มีใครรู้ว่าหลบหนีไปซ่อนตัวที่ไหน โดยอยากให้ลูกชายออกมารับความจริง กล้าทำก็ต้องกล้ารับ หากไม่กล้าออกมา อยู่ที่ไหนขอให้ติดต่อมาแม่จะไปรับด้วยตัวเอง

ส่วนการตรวจสอบประวัติของนายสัณห์พิชย์พบว่า เคยถูกตำรวจ สภ.สะเดา จับกุมในข้อหาบุกรุกและพยายามข่มขืนเด็กสาวมาแล้วเมื่อปี 2559 แถมขณะถูกคุมขังอยู่ในคุกยังได้ฝังมุกที่อวัยวะเพศและมีประวัติวิปริตทางเพศด้วย

กระทั่งในปี 2560 นายสัณห์พิชย์พ้นโทษออกมาและไม่มีอาชีพที่แน่นอน ก่อนมาพบรักกับน.ส.ขวัญ โดยทั้งคู่เพิ่งคบกันได้เพียง 3 เดือน จากนั้นฝ่ายหญิงได้พาเข้ามาอยู่ที่บ้าน ซึ่งวันเกิดเหตุนอกจากจะรู้เห็นเป็นใจให้แฟนหนุ่มข่มขืนน้องสาวแล้ว ยังเป็นคนจับย่าแท้ๆ มัดมือมัดเท้าและทำร้ายร่างกายด้วย